KT Tunstall – Drastic Fantastic, Boys Like Girls
หายไปสามวัน (ไม่มีใครคิดถึงเลยอะดิ 55) ไปเกาะช้างอีกแล้ว คนเที่ยวไม่ค่อยเยอะเลย ไม่รู้เกี่ยวที่อากาศไม่่ค่อยดีด้วยรึเปล่า ฝนตกทุกวันเลย แต่ก็เย็นๆดี
ขาไปก็ไรท์ Devil Wears Prada มาดู หลังจากที่ได้ยินมาหนาหูเลยว่า Ugly Betty นี่เป็น Devil Wears Prada ฉบับโทรทัศน์ ซึ่งก็ถูกต้องเลย พล็อตเรื่องอะไรนี่คล้ายกันจนไม่น่าเชื่อ ยังคิดอยู่ว่าเมื่อไหร่ Betty (Ugly Betty) จะไป makeover เหมือน Andy (Devil Wears Prada) ซักที
โดยรวมเรื่องนี้สนุกมาก ไม่ผิดหวังเลย นอกจากได้ยินมาว่าเป็นหนังที่สนุกแล้ว บวกกับความที่ชอบพล็อตเรื่องของซีรี่ส์ Ugly Betty อยู่แล้ว เลยทำให้เป็นหนังโปรดอีกเรื่องหนึ่งไปเลย
อาทิตย์ที่ผ่านมาได้โหลดเพลงมาฟังหลายอัลบั้มเหมือนกัน มีอัลบั้มใหม่ของ Lifehouse, James Blunt, The Click Five, KT Tunstall, Boys Like Girls, Jonas Brothers แต่มีที่ติดใจสุดๆอยู่สองสามอัลบั้ม Jonas Brothers นี่ก็เพิ่งเขียนไปเมื่อโพสต์ที่แล้ว
KT Tunstall – Drastic Fantastic (2007)

อัลบั้มที่ 3 (อัลบั้มที่ 2 ที่วางขายในไทย) ของ KT Tunstall นักร้องและนักแต่งเพลงสาวชาวสก๊อตแลนด์ เห็นครั้งแรกที่วางขายแอบอึ้งว่า ออกอัลบั้มใหม่แล้วหรอ?!? เลยรีบกลับมาหามาฟัง ปรากฎว่าไม่ผิดหวังจริงๆ มีซิงเกิ้ลแรก สนุกๆเพราะๆอย่าง Hold On เพลงอื่นในอัลบั้มมีจังหวะที่เพราะ สนุกขึ้นกว่าในอัลบั้มแรกเยอะ (แม้ว่าเนื้อเพลงจะเป็นเพลงเศร้าและเข้าใจยากทั้งหมดเหมือนเคย 55) ความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่าเพลงเธอดีมากๆทีเดียว อัลบั้มนี้ควรจะประสบความสำเร็จมากกว่านี้ น่าจะมีคนรู้จักเธอมากกว่านี้ มากกว่าที่จะเป็นเจ้าของเพลง Suddenly I See จริงมั๊ย..? คะแนนความชอบโดยรวมของอัลบั้มนี้ให้ 4.8 จาก 5 (อัลบั้มแรก Eye to the Telescope คะแนนความชอบได้แค่ 3.7/5)
Boys Like Girls – Boys Like Girls (2006)

Self titled album ทีเดียว BLG เป็นวงพังค์ป๊อบจาก MA, USA มีซิงเกิ้ลดังอย่าง The Great Escape ซึ่งก็เปิดบ้างใน MET วงนี้ได้ยินครั้งแรกรู้สึกจาก AOL Radio (ไม่ได้ฟัง AOL Radio มานานพักนึงแล้วอะ = =) ก็ลองโหลดมาดู เพราะเห็นซีดีแล้วติดใจอยู่ว่ามันจะเป็นยังไงกันนะ? ก็ได้ฟังอยู่สองสามรอบ ก็ปิ๊งขึ้นมาทันที วงนี้ถ้าเปรียบเทียบกับ hellogoodbye (ให้ 5/5 เลยวงนี้ 555) เนื้อเพลงของ BLG จะให้อารมณ์จริงจังมากกว่า hgb ซึ่งก็ซ่อนความสนุก (วีเรียกว่า “น่ารัก”) ของเนื้อเพลงไว้บ้าง แต่ยังไม่เท่า hellogoodbye ซึ่งมีคีย์บอร์ดให้ความสนุกของเพลงได้เยอะ เพลงของ Boys Like Girls เลยมีดนตรีที่แรงกว่า แต่เนื้อเพลงที่ใช้ได้ทีเดียว เพลงทั้งหมดแต่งโดยคนร้องนำ Martin Johnson ย้ำอีกครั้ง ชอบเนื้อเพลงมาก ฟังตัวอย่างเพลงได้ที่เว็บเค้าเลย Boys Like Girls เพลงที่ชอบมากๆตอนนี้เป็น Dance Hall Drug (Don’t it feel like something’s not right in his kiss tonight? What I’m saying is, do you, do you want to lose it all? Cause this is more than just a dance hall drug, You can’t wait to fall in love…), Hero/Heroine, Five Minutes To Midnight, Holiday (เป็นเพลงร๊อคช้าๆน้อยเพลงที่ชอบ ความหมายดีมาก), Learning To Fall คะแนนความชอบอัลบั้มให้ 4.9/5 เหมือนกัน อาจจะเป็นวงโปรดเลยก็ได้ :) อีกนิดนึง… boys like girls มีเพลงที่ฟังเพราะได้ไม่ยากเหมือนวงอินดี้ หรืออย่าง Anna Nalick, KT Tunstall เพราะฉะนั้นลองไปฟังดูนะคะ
มีปิ๊งอีกอัลบั้ม เป็นอัลบั้มล่าสุดของ James Blunt หลังจากที่แอบคลั้งไคล้หน้าตาคนร้อง จากเอมวี 1973 ฮ่าๆๆ เดี๋ยวค่อยมารีวิวอีกทีนึง
The Time Traveler’s Wife
หลังจากที่หยุดอ่านไปพักนึง กลับมาอ่านต่อ ตอนนี้ได้ครึ่งเล่มแล้ว แนะนำว่าใครว่างๆไม่มีอะไรทำ หรืออยากอ่านเิ่พิ่มสกิลาษาอังกฤษ ไปหามาอ่านเลย เรื่องนี้จะเป็น Romance, Drama กึ่งๆ Fantasy ตามกฎของนักเดินทางเวลาที่ว่า เราสามารถเดินทางข้ามเวลาได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตอะไรได้ อยากอ่านยื้มอ่านต่อได้นะคะ ^^ ไว้อ่านจบจะมารีวิวเต็มๆให้ดูยิ่งใหญ่อีกที ช่วงนี้ต้องนั่งดูซีรี่ส์เยอะ เลยไม่ค่อยมีเวลามาอ่าน 55
ตอนนี้เหลือ gossip girl (ได้ยินมาว่าเป็นซีรี่ส์ที่มีวัยรุ่นหญิงดูเยอะมาก ฮาา แต่เรตติ้งดีจนได้ทำต่อจนจบซีซั่นแล้ว), grey’s anatomy, heroes ค้างไว้อย่างละตอนโหลดไว้ยังไม่ได้ดู สาราพว่าตอนนี้ติด chuck สุดๆ แอบหลงรักตัวละครนี้ไปแล้วทีเดียว 55 อธิษฐานให้เรื่องนี้ได้ทำต่อจนจบซีซั่นบ้างอ้ะ ถ้าไม่ได้คงเศร้าสุดๆ T T
ตอบคอมเม้นท์พี่เมย์นิดนึง อันนี้หลังจากโพสต์อังกฤษโพสต์นั้น ได้ฟีดแบคกลับมาเยอะเหมือนกัน มีหลายๆคนบอกทำนองที่ว่าวีตัดสินใจผิด แต่ยังไงก็ตาม ตอนนี้ยังคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกสำหรับตัวเอง คือถ้าเกิดจะไปจริงๆ ตอนนี้จะมีความเครียด ความกดดัน บวกกับอะไรเยอะมากๆ ในหลายๆเรื่องทีเดียว เหมือนกับว่าที่ไม่ไปจะตัดปัญหาไปเลย.. ก็อาจจะใช่ ถ้าไม่ไปก็จะเซฟเงินได้เยอะเหมือนกันใช่มั๊ย นี่ก็อีกปัจจัยนึง แต่เป้าหมายถ้าเกิดตัดสินใจไป นอกจากที่ว่าได้าษาอังกฤษกลับมาเต็มร้อย เป้าหมายระยะยาวก็น้อย ถ้าจะไปช่วงมหาลัยทีเดียว หรือเข้ามหาลัยอินเตอร์จะดีกว่ามั๊ย นี่ก็เป็นความคิดที่คิดๆไว้อยู่ แต่ยังไงก็คงไม่ได้เรียนป.ตรีที่เมืองนอก หรือเรียนอินเตอร์… แพงมาก T T อันนี้คงต้องมาลุ้นเอากับตัวเองตอนนั้นอีกที
เขียนแล้วงงๆตัวเอง อยากดูซีรี่ส์เร็วๆ 55




October 15, 2007 @ 8:16 pm